คณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานคณะกรรมการ) มีมติ มอบหมายให้ กทช. หารือกับสำนักงานกฤษฎีกา พิจารณาข้อกฏหมาย เกี่ยวกับอำนาจของ กทช. ในการออกใบอนุญาต 3G โดยสำทับว่า ถ้ามีข้อขัดข้อง จะเชิญคณะกรรมการกฤษฎีกามาชี้แจงในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรี

สรุป แล้วคือ รัฐบาลสั่งให้ กทช. ไปดูข้อกฏหมายเพิ่มนั่นเอง ทั้งๆที่เคยประกาศว่าเรื่องการทำ 3G ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ กทช. (ดูได้ในข่าวเก่าด้านล่าง) และ กทช. ก็ทำประชาพิจารณ์กันมานานแล้ว

มี การวิเคราะห์ว่า การหารือกับสำนักงานกฤษฎีกา จะยิ่งสร้างความไม่ชัดเจนขึ้นมา เพราะต้องรอการตอบกลับหลังจากหารือ และหากไม่ทันวันที่ 12 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันประชาพิจารณ์อีกรอบหนึ่ง อาจจะทำให้เกิดกระแสกดดันให้เลื่อนการประมูลได้

ที่มา:
http://www.kaohoon.com/pg.newspaper/first_page_detail.aspx?cid=33244
http://www.blognone.com/node/13787

ตุลาคม 1, 2008 by kookcoo

ฮือฮากันตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นต้นแบบ และยิ่งฮือฮามากขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา เพราะดันมีภาพคันจริงหลุดออกมาเผยแพร่ตามอินเตอร์เน็ต จนส่งผลให้จีเอ็ม หรือเจนเนอรัล มอเตอร์ส ไม่รออีกต่อไป ตัดสินใจนำคันจริงของเชฟโรเลต โวลต์ออกเปิดตัวให้ชาวโลกได้ยลโฉม ก่อนที่จะมีการวางตลาดขายจริงในปี 2010

   การ เปิดตัวมีขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกับการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของจีเอ็ม และโวลต์ถือเป็นการพาอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่รูปแบบใหม่ของการเดินทางด้วยรถ ยนต์พลังงานไฟฟ้า แบบปลั๊ก-อิน (Plug-in) และถือเป็นโปรดักต์ชันคาร์ที่ผลิตในเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลกที่มากับการขับ เคลื่อนรูปแบบใหม่นับจากการเปิดตัวของรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง หรือ Fuel Cell ในปี 2002 (แต่ ณ ปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้ก็ยังไม่สามารถผลิตได้ในเชิงพาณิชย์)
       
          นอกจากนั้น สิ่งที่สำคัญคือ โวลต์เป็นรถยนต์ที่มาพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของพลังงานไฟฟ้าที่นำมาใช้กับ รถยนต์ ด้วยการยกระดับตัวเอง ให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้เป็นระยะทางไกลขึ้น (E-REV : Extended-Range Electric Vehicle)
       
          นั่นเท่ากับว่าปัญหาเดิมๆ ในเรื่องระยะทางของการใช้งานที่จีเอ็มเคยประสบกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของตัว เองอย่าง EV1 จนถึงขั้นถอนปลั๊กและยุบไลน์ผลิตไปเมื่อทศวรรษที่ 1990 สามารถหาทางออกได้แล้ว

    ตัวรถได้รับการออกแบบและปรับปรุงรูป ลักษณ์มาจากต้นแบบที่เปิดตัวในปี 2006 และยึดรูปแบบตัวถังในสไตล์แฮทช์แบ็ก 5 ประตูเหมือนเดิม เพียงแต่มีการปรับปรุงรายละเอียดรอบคันให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงมากขึ้น และรองรับกับการบรรทุกทั้งคนและสัมภาระได้
       
          ส่วนไฮไลต์หลักของตัวรถเห็นจะหนีไม่พ้นขุมพลัง ซึ่งยึดรูปแบบเดียวกับต้นแบบที่เปิดตัวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว กับการสลับแนวคิดของเทคโนโลยีไฮบริด พร้อมกับปรับปรุงให้เหนือกว่า ที่บอกว่าเป็นอย่างนั้นก็เพราะ ส่วนประกอบของระบบยังมีเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่เหมือนกัน แต่สลับหน้าที่ในการทำงาน

   เพราะ มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 37.7 กก.-ม.จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว โดยที่เครื่องยนต์สันดาปภายในซึ่งใช้เชื้อเพลิงแบบ E85 จะทำหน้าที่เป็นตัวปั่นกระแสไฟฟ้าเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน ขนาด 220 เซลล์เพื่อชดเชยกับกระแสไฟฟ้าที่ถูกใช้ไฟในขณะเดินทาง ส่วนสมรรถนะในการขับเคลื่อนก็ไม่เป็นรองรถยนต์ปกติ เพราะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง
       
          ปัญหาในเรื่องระยะทางในการใช้งานที่เคยเป็นอุปสรรคชิ้นโตของรถยนต์พลัง ไฟฟ้ารุ่นเก่าๆ ก็จะหมดไปทันที เพราะตราบใดที่เครื่องยนต์ยังทำงานในการชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้ามาเก็บในระบบ ตัวรถก็ยังขับเคลื่อนต่อไปได้ ถ้าน้ำมันหมด ก็เข้าปั๊มเติม ไม่ต้องหาปลักเสียบและรอชาร์จอีกค่อนวันให้วุ่นวาย
       
          ดังนั้นเวลาเปิดฝากระโปรงหน้าขึ้นมาแล้วเจอเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า อยู่ข้างในแล้ว ก็อย่าตกอกตกใจคิดว่าจีเอ็มหลอกลวงว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่
       
          ส่วนที่ว่าเหนือชั้นกว่าก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ลูกค้าสามารถใช้งานรถยนต์ รุ่นนี้โดยที่บิลล์ค่าน้ำมันไม่ขยับเลยก็ได้ นั่นเป็นเพราะตัวระบบถูกออกแบบให้ระยะทาง 65 กิโลเมตรแรกจะพึ่งพลังจากกระแสไฟฟ้าที่อยู่ในแบตเตอรี่ (ซึ่งถูกชาร์จจนเต็มเมื่อเจ้าของขับถึงบ้านหรือออฟฟิศแล้วเสียบปลั๊กชาร์จ) เพียงอย่างเดียว โดยที่เครื่องยนต์ไม่ถูกสตาร์ทขึ้นมา

   นั่นหมาย ความว่าทุกครั้งที่เดินทางด้วยระยะทางไม่เกินจากนี้แล้วพอถึงที่หมายก็เสียบ ปลั๊กชาร์จ ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องยนต์เลย แต่ถ้าขับเกิน เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมดเครื่องยนต์ก็จะทำหน้าที่ชาร์จกลับเข้ามาชดเชย โดยตัวเลขนี้มาจากค่าเฉลี่ยในการใช้รถยนต์ใน 1 วันของคนอเมริกัน
       
          จากข้อมูลของจีเอ็มระบุว่า โวลต์สามารถชาร์จไฟฟ้าได้ด้วยการเสียบในบ้านที่ใช้ไฟ 120 โวลต์ทั่วไป หรือ 240 โวลต์ โดยใช้เวลาน้อยกว่า 3 ชั่วโมงสำหรับแบบแรกและ 8 ชั่วโมงสำหรับแบบหลัง ส่วนค่าใช้จ่ายในการใช้งานโวลต์จะอยู่ที่ประมาณ 27.20 บาท ต่อวัน (เมื่อคิดจากค่าไฟในสหรัฐอเมริกาที่ประมาณ 3.40 บาท ต่อ กิโลวัตต์ชั่วโมง) ในการชาร์จแบตเตอรีให้เต็ม ซึ่งจีเอ็มคาดว่าการชาร์จไฟฟ้าของโวลต์มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการซื้อกาแฟ ดื่มต่อถ้วยด้วยซ้ำ และถ้าชาร์จ 1 ครั้งต่อวันในทุกวันตลอดทั้งปีจะใช้ปริมาณไฟฟ้าที่น้อยกว่าการใช้ไฟของตู้ เย็นหรือตู้แช่หนึ่งตู้เสียอีก
       
          จากการประเมินของจีเอ็ม ค่าใช้จ่ายในการขับโวลต์อยู่ที่ 0.43 บาทต่อกิโลเมตร ถูกกว่าการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งอยู่ที่ 2.55 บาทต่อกิโลเมตร (คิดตามราคาน้ำมันในสหรัฐอเมริกาที่แกลลอนละ 3.60 ดอลลาร์) หากคำนวนจากการใช้รถยนต์เฉลี่ย 65 กิโลเมตรต่อวัน หรือ 24,750 กิโลเมตรต่อปี สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 51,000 บาท ต่อปี

   ถ้า ใช้โหมดไฟฟ้าให้ได้มากที่สุด จะมีค่าใช้จ่ายเพียง 1 ใน 6 เท่าเมื่อเทียบกับรถที่ใช้น้ำมันทั่วไป นอกจากนี้ ถ้าเลือกชาร์จไฟในช่วงเวลาที่มีคนใช้ไฟน้อย ค่าไฟก็จะถูกลงด้วยเพราะค่าไฟในช่วงดังกล่าวจะถูกกว่าเวลาปกติ
       

          แน่นอนว่าราคายังไม่เปิดเผยและยังเป็นที่ถกเถียงว่าจีเอ็มจะสามารถกดให้ ลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ คือ ประมาณ 30,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือไม่เกิน 1 ล้านบาทได้หรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับการอุดหนุนของภาครัฐในการช่วยเหลือทาง ด้านภาษีด้วย เพราะถ้าไม่ช่วยแล้วและจีเอ็มต้องขายในราคาแบบไม่ขาดทุนแล้ว ราคาจะขยับขึ้นมาอยู่ในระดับ 40,000-50,000 สหรัฐฯ หรือ 1.3-1.65 ล้านบาทเลยทีเดียว

เครดิต : คุณ deksawi ไทยเสียวบอร์ด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่งานมอเตอร์โชว์ของจีน

พริตตี้บ้านเค้าไม่เหมือนบ้านเราครับ

ใจกล้ากันจริงๆแต่ละคน

เชิญรับชมกันได้ครับ

ใครจะเซฟไปด้วยก็ไม่ว่ากันครับ

เพราะมันทุเรศเกินไป  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม

ที่มา : ขอบคุณ คุณPornClip แห่ง thaiseoboard.com

จิตแพทย์เผย พฤติกรรม “แอ๊บแบ๊ว” ที่ระบาดในหมู่วัยรุ่นเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ปัญหาสุขภาพจิต ระบุเป็นความพยายามในการสร้างเอกลักษณ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของตัวเองให้ต่างจาก วัยรุ่นยุคก่อน

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงพฤติกรรม “แอ๊บแบ๊ว” ที่กำลังระบาดในหมู่วัยรุ่นขณะนี้ ว่า ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องปัญหาสุขภาพจิตแต่อย่างใด เพราะโดยปกติแล้ววัยรุ่นเป็นวัยของการแสวงหาและพยายามสร้างเอกลักษณ์ที่เป็น อัตลักษณ์ของตนเอง ให้แตกต่างจากวัยรุ่นในยุคก่อนหน้านี้ เป็นการทำสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับในช่วงที่เราเคยเป็นวัยรุ่น ที่มักชอบกระทำพฤติกรรมที่ออกนอกระเบียบอยู่เสมอ เป็นความแตกต่างแนวความคิด แต่เมื่อเปลี่ยนวัยเป็นผู้ใหญ่ก็จะมีพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ใหญ่ต้องดูว่าจะมองในเรื่องนี้อย่างไร เพื่อหาจุดเหมาะสม หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาษาและวัฒนธรรม และต้องดูว่าวัยรุ่นพยายามสื่อสารอะไรกับผู้ใหญ่ในสังคม ซึ่งต้องดูเหตุผล และพิจารณาอย่างรอบด้าน ว่า แอ๊บแบ๊วจะมีผลเป็นบวกหรือลบ การที่วัยรุ่นมีพฤติกรรมที่คิดอะไรแปลกๆ ทำอะไรที่แตกต่างจากปกติทั่วไปเป็นเรื่องปกติ แต่หากวัยรุ่นซึ่งเป็นช่วงสร้างสรรค์ ไม่คิดอะไรแผลงๆ เลย กลับถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติมากกว่า

อ่างอาบน้ำจำเป็น

posted on 06 Sep 2008 22:05 by kookcoo

ไม่ได้มาอัพเดทเรื่องราวแก็ดเจ็ตกันอยู่ตั้งนาน เพื่อนๆลืมซีรึเปล่าคะเนี่ย ซีละว้าวุ่นเลยทีเดียว

หายไปนานเลย เอาละกลับมาแล้วพร้อมกับแก็ดเจ็ตแหวกแนวจากเดิมกันหน่อยนะคะ วันนี้เป็น

อ่างอาบน้ำดีไซน์เด็ดๆ ค่ะ ดูมันมีฟังก์ชั่นน่าสนใจดีค่ะ The ladybird bath


 อันนี้เป็นอ่างอาบน้ำอีกหนึ่งที่ซีว่าเหมาะกับวิถีชีวิตคนสมัยใหม่ที่อยู่อพาทเม้นต์ หรือคอนโดค่ะ

หลายคนประหยัดเงินซื้อคอนโดแล้วค่อยๆตกแต่งโดยก็รู้ๆกันนะคะ ว่าเมื่อเบี้ยน้อยเราก็ได้พื้นที่

ใช้สอยในห้องของเราน้อยตามเอาเป็นว่าตัวนี้ที่เกริ่นมาจะบอกว่าอาจคุ้ม และเหมาะกับห้องน้ำ

ของหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่อาศัยคอนโด หรืออพารทเม้นค่ะ

 

ภาพที่เห็นเป็นอ่างอาบน้ำแบบนั่งอาบใช่มั้ยคะ แต่เมื่อไหร่ที่ปิดฝาด้านข้างลงมาปั๊บ มันก็คืออ่าง

ล้างหน้า ล้างมือนั่นเองค่ะ พอเปิดขึ้นมาก็ลงไปแช่ให้สำราญใจไม่มีใครก่อกวน อ่างเล็กอาจไม่

สบายอุราเท่าอ่างใหญ่แต่ถือว่า เป็นการประหยัดพื้นที่ แถมประหยัดน้ำด้วยนะคะ น่าสนมั้ย มีออก

มาทั้งหมด สามสีค่ะ ขาว ดำ และแดง ถือว่าเป็นมุมสุขใจเล็กๆในโลกกว้างนะคะ

ที่มา : http://dailygizmo.wordpress.com

Garden furniture uk discount dyson dc24-all floors discount dyson dc16 vacuum cheap panasonic sd255 breadmaker

สมาชิกดวงใหม่ล่าสุดในครอบครัวดวงอาทิตย์ได้มีชื่อสามัญจากสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลหรือไอเอยูแล้ว นั่นคือ มาเกะมาเกะ (Makemake) ตามชื่อของเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และเป็นเทพผู้สร้างมนุษย์ตามความเชื่อของชาวโพลินีเซียที่อาศัยอยู่ในเกาะอีสเตอร์

ก่อนหน้านี้มาเกะมาเกะมีชื่อชั่วคราวว่า 2005 FY9 เป็นดาวเคราะห์แคระ ค้นพบเมื่อปี 2548 โดยคณะนักดาราศาสตร์ของสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนียที่นำโดย ไมค์ บราวน์ นับเป็นดาวเคราะห์แคระดวงที่สี่ และเป็นดาวประเภทพลูโตดวงที่สามในระบบสุริยะของเรา

มาเกะมาเกะเป็นวัตถุดวงใหญ่ที่สุดดวงหนึ่งในระบบสุริยะชั้นนอก มีขนาดเล็กกว่าดาวพลูโตเพียงเล็กน้อย ดาวเคราะห์แคระดวงนี้มีสีอมแดง นักดาราศาสตร์เชื่อว่าพื้นผิวของดาวดวงนี้ปกคลุมด้วยมีเทนเยือกแข็ง มีวงโคจรใหญ่กว่าวงโคจรของดาวเนปจูนเล็กน้อย

ศูนย์ดาวเคราะห์น้อยก็ได้กำหนดเลขลำดับให้เป็น 136472 เลขนี้จะถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่ออย่างเป็นทางการเมื่อสามารถกำหนดวงโคจรได้เป็นที่แน่นอนแล้ว

ดาวเคราะห์แคระอีกสามดวงคือ ซีเรส พลูโต และอีริส ส่วนดาวเคราะห์แบบพลูโต (พลูตอยด์) ไม่มีชื่อของเซเรสอยู่เพราะเซเรสมีวงโคจรอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก ซึ่งมีวงโคจรเล็กกว่าดาวเนปจูน

สมาชิกดวงใหม่ล่าสุดในครอบครัวดวงอาทิตย์ได้มีชื่อสามัญจากสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลหรือไอเอยูแล้ว นั่นคือ มาเกะมาเกะ (Makemake) ตามชื่อของเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และเป็นเทพผู้สร้างมนุษย์ตามความเชื่อของชาวโพลินีเซียที่อาศัยอยู่ในเกาะอีสเตอร์

ก่อนหน้านี้มาเกะมาเกะมีชื่อชั่วคราวว่า 2005 FY9 เป็นดาวเคราะห์แคระ ค้นพบเมื่อปี 2548 โดยคณะนักดาราศาสตร์ของสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนียที่นำโดย ไมค์ บราวน์ นับเป็นดาวเคราะห์แคระดวงที่สี่ และเป็นดาวประเภทพลูโตดวงที่สามในระบบสุริยะของเรา

มาเกะมาเกะเป็นวัตถุดวงใหญ่ที่สุดดวงหนึ่งในระบบสุริยะชั้นนอก มีขนาดเล็กกว่าดาวพลูโตเพียงเล็กน้อย ดาวเคราะห์แคระดวงนี้มีสีอมแดง นักดาราศาสตร์เชื่อว่าพื้นผิวของดาวดวงนี้ปกคลุมด้วยมีเทนเยือกแข็ง มีวงโคจรใหญ่กว่าวงโคจรของดาวเนปจูนเล็กน้อย

ศูนย์ดาวเคราะห์น้อยก็ได้กำหนดเลขลำดับให้เป็น 136472 เลขนี้จะถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่ออย่างเป็นทางการเมื่อสามารถกำหนดวงโคจรได้เป็นที่แน่นอนแล้ว

ดาวเคราะห์แคระอีกสามดวงคือ ซีเรส พลูโต และอีริส ส่วนดาวเคราะห์แบบพลูโต (พลูตอยด์) ไม่มีชื่อของเซเรสอยู่เพราะเซเรสมีวงโคจรอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก ซึ่งมีวงโคจรเล็กกว่าดาวเนปจูน

มองที่ปัญหา หรือ มองที่ทางออก
เคยได้รับเมล์ อ่านแล้วชอบมากๆ เลย ขอถ่ายทอดให้อ่าน
เรื่องแรก
อเมริกาส่งนักบินไปในอวกาศเจอปัญหาปากกาเขียนไม่ออก
นักวิทยาศาสตร์ระดมปัญญาเพื่อประดิษฐ์ปากกา
ที่สามารถเขียนในภาวะไร้แรงโน้มถ่วงได้
ต้องทุ่มเงินหลายร้อยล้านเหรียญและใช้เวลาไปหลายปี
ในที่สุดได้ปากกาที่สามารถเขียนได้ทุกพื้นผิว
แม้ใต้น้ำก้อเขียนได้
ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง
แต่นักบินอวกาศรัสเซีย ประสบปัญหาเดียวกัน
ใช้ดินสอเขียนแทนปากกา
*******************************
เรื่องที่สอง
โรงงานผลิตสบู่ในญี่ปุ่นประสบปัญหา
เมื่อส่งสินค้าไปแล้วลูกค้าบ่นเรื่องบางกล่องไม่มีสบู่ เป็นกล่องเปล่าๆ
ทางโรงงานติดตั้งเครื่อง X-Ray เพื่อตรวจสอบ
ใช้เงินลงทุนไปหลายล้านเยน กล่องไหนไม่มีสบู่ก้อตรวจจับได้
ทำให้สามารถส่งสบู่ที่ไม่มีกล่องเปล่าอีก
แต่โรงงานเล็กๆ อีกโรงประสบปัญหาเดียวกัน
ช่างคุมงานใช้พัดลมตัวใหญ่ๆ เป่าลมบนสายพาน
กล่องเปล่าก็ปลิวออกไป
******************************
คนเราเวลาประสบปัญหา ส่วนมากมักคิดแต่จะแก้ปัญหา
ทุ่มกำลังสติปัญญาและทุ่มเทเวลาเพื่อแก้ปัญหานั้น
ถ้าคุณเปลี่ยนเป็นมองที่ทางออก
ปัญหาและอุปสรรคทั้งหลายดูจะกลายเป็นเรื่องจ้อยไปเลย
******************************
เมื่อคุณเจอปัญหา ลองเปลี่ยนวิธีคิด
แล้วคุณจะประหลาดใจ

ที่มา : http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,35453.0.html



จากการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิก (International Olympiad in Informatics) ประจำปี 2008 ที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อ วันที่ วันที่ 16-23 สิงหาคมที่ผ่านมา สรุปว่านักเรียนไทยทำได้ 2 ทอง 1 เงิน และ 1 ทองแดง ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดประมาณ 300 คนจาก 77 ประเทศ

รายชื่อก็ตามนี้ครับ

เหรียญทอง: นายภานุพงศ์ ภาสุภัทร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา (ได้คะแนนเป็นอันดับสองของผู้แข่งขันทั้งหมด)
เหรียญทอง: นายธนะ วัฒนวารุณ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
เหรียญเงิน: นายอาภาพงศ์ จันทร์ทอง โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
เหรียญทองแดง: นายวิสิฐ ภัทรนุธาพร โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

หนึ่ง ในทีมที่คุมไปคือคุณ @jittat ทีมคอมพิวเตอร์โอลิมปิกไทยจะกลับถึงเมืองไทยวันเสาร์นี้ เพิ่มเติมว่าการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกปี 2011 จะจัดที่ประเทศไทยนะครับ

 เครดิต : thaiseoboard.com

edit @ 28 Aug 2008 22:21:10 by kookcoo

ถ้าคุณเห็นปลาโลมา 9 ตัวแสดงว่าจิตใจของคุณยังอาโนเนะอยู่มากเชียวหละ
แต่ถ้าคุณเห็นภาพผู้ชายกับผู้หญิงละก้อ.............

เชื่อหรือไม่ว่า
เด็กเล็กๆจะไม่เห็นรูปของผู้หญิงและผู้ชายในภาพ
เหมือนกับที่ผู้ใหญ่บางคนเห็น แต่เด็กเล็กๆจะเห็นภาพปลาโลมา 9 ตัวแทน

อันนี้เป็นการศึกษาของพวกฝรั่ง
เขาบอกว่าถ้าจิตใจมีเสี้ยวของมลทิน
(corrupted mind)( หรือจิตที่เป็นราคิน)
จะไม่สามารถเห็นปลาโลมาในภาพนี้ในช่วง 3 วินาที แรกได้

หวังว่าคงเห็นเป็นปลาโลมานะ......

โอ้พระเจ้ามองอย่างไรก็ไม่เห็นใช่มั๊ย ?? ยิ้มเท่ห์
ขอบคุณเวปเพื่อนบ้าน